Wednesday, February 10, 2016

.....เสือห้าตัว


...โอ้ ชีวิตฉันวันนี้ไม่มีเนท ……..หากมาด ดีมีสตางค์นั่งผ่อนคลาย .........โอ้..ชายวณิพกผู้ชอบร้อยกรองบทกวีเกี่ยวกับดอกไม้หอมให้สาวๆที่พำนักอยู่ในปราสาทฟังโอ....ได้ถูกหญิงชรารังเกียจเพราะกรรมที่เขาก่อไว้ต่อหน้าหญิงสาวเหล่านั้นเพียงแต่การละเว้นราเชลลูกสาวของนางแม่มดทำให้เกิดอารมณ์ริษยา หญิงชรามาโดผู้มีเวมมนตร์อยู่บ้าง หล่อนรักษาฝีหนองอักเสบที่อกของลูกสาวจนหายและปรามาสชายหนุ่มที่ไม่มาสู่ขอลูกสาวของนางแต่กลับไปชอบโยลองด์แทน. ใครที่เคยประสพพบพักตรลูกสาวของนางย่อมเข้าใจดีถึงความแตกต่าง,ความไม่ทัดเทียมกันในรูปลักษณ์...ในสโลวีเนีย ณ ที่ๆเป็นที่พำนักของแม่มดในร่างของหญิงชรา มาโด ความฝันของหล่อนจะเป็นความจริงขึ้นมาก็ต่อเมื่อหล่อนได้ผลักหน้าของผู้ชายที่หมายปองโยลองด์และพยายามล่วงล้ำเข้าไปในปราสาท...ก้าวล่วงไปสู่ยุคของ ปราสาทเพชรจามรี. อ่านเม็นท์เด็ดแล้วชอบตอบไม่ได้ ให้ลายเท็คเฟคอารมณ์ชมสหาย มิต้องแชท ลายรอ จนคอเอียง หาปุ่มแทคส่งขาจรว่อนสายนอก ตลกไม่บอกสำรวจมาค่าข้อแม้ รวมเบ็ดเตล็ด ฤๆไม่พร้อมยอมไวฟาย ...........เธอจินตนาการต่อไปอีกว่า............มีคนผู้รักด้านศิลปศาสตร์ประเภทกวีที่ชอบลำพันถึงธรรมชาติมาด้อมมองสนามด้านตะวันตกของปราสาท มีต้นสายน้ำผึ้งขึ้นเป็นแนวยาวก็อดไม่ไหวที่จะเด็ดออกมาดมมีกลิ่นหอมกลุ่นคล้ายกลิ่นน้ำหอมคริสตินดิออร์กลิ่นดอกมูเก็ต์ เป็นดอกไม้ที่น่ารักก้านดอกบอบบางและปักใจชอบทันทียามที่ได้ยินเสียงขับกล่อมจากเบื้องสูงบนหอคอย....เขาเป็นนักเลงประเภทร่อนเร่พเนจรพร้อมบทกลอนใหม่ที่ถุกจุดประกายขึ้นจากสิ่งแวดล้อมเช่นดอกไม้เยี่ยงนั้น จุดประสงค์อันใดฤๆที่ผลักดันให้เขากระทำเช่นนั้นย่อมเป็นเรื่องที่อธิบายได้ยาก แต่ลอร์ดโอเนซิมก็อุบัติสายตาไปบรรจบเข้ากับสิ่งๆหนึ่งนั่นก็คิอ คาตาปู หรือเกาฑันเป็น อาวุธสงครามสมัยโบราณทีมีไว้ใช้ยิงขึ้นไปพร้อมกับลูกรอกหรือสิ่งของหนักๆเพื่อให้ผ่านข้ามกำแพงเวลาเกิดศึกสงคราม นี่ใช่เวลาสงครามก็หาไม่แล้วอะไรเล่า...เขาจินตนาการต่อไปว่าภรรยาของหัวหน้ายามรักษาการณ์ได้ถูกกวีผู้นี้ขับกล่อมบทกลอนเกี่ยวกับความหอมของดอกมูเก็ตเข้าให้แล้ว....เพื่อหลอกล่อเธอแล้วนำตัวเองเข้าไปในปราสาทได้สำเร็จเป็นที่แน่นอนมาดแม่นว่าเขาถูกยามหกเจ็ดคนช่วยกันจับตัวไว้ได้ ขุนนางโอเนซิมที่บารมีเหนือกว่าท่านลอร์ดใดๆในแคว้นเบอร์กานดีคิดต่อไปอย่างมีความสุขที่จะได้เผิชญหน้ากับชายจรจัดผู้ชอบร่ายกวีเกี่ยวข้องกับดอกไม้หอม และแล้วมันผู้นั้นจะต้องถูกเขาตัดใบหูออกสังเวยนางบำเรอของเขาเช่นเดียวกับที่ ศิลปินชื่อ วินเซ็นต์แวนโก๊ะเคยกระทำต่อ ราเชน นางโรมแห่งหอคอยโคมแดง...และอย่างอื่นรวมทั้งบทกลอนของวณิพกคนนี้จะถูกเขาหั่นเป็นชิ้นๆต่อหน้าเพื่อนพ้องของเขาที่มางานเลี้ยงครั้งนี้และเป็นครั้งเดียวเท่านั้นที ราเชลได้ถุกเชิญเข้าร่วมด้วยในงานเลี้ยงรื่นเริง ในเมืองมีแม่มดมนุษย์ป้าๆมีสถานะในเฟสบุคเป็นบุคคลที่สามผู้เฃื่อว่าชายวณิพกเชื้อสายขุนนางกรีกผู้ชอบร่ายกลอนเกี่ยวข้องกับดอกไม้หอมมาหว่านเสนห์ให้กับหญิงสาวที่พำนักอยู่ในปราสาท หล่อนคือมนุษย์


ส่วนสามีของเธอ....จินตนาการว่า......เหล่าทหารยามที่เฝ้าบรรดาประตูคูหออยู่ก็ไม่สามารถกีดขวางเทพบุตรเฃื้อสายกรีกคนนี้โดยไม่ให้โรยตัวมาเยี่ยมเธอถึงในห้องนอนอันแสนสบายนั้นได้ หากมาตรว่าความฝันนั้นๆเป็นความจริงขึ้นมาเราคงได้ยินเสียงพิณระคนเสียงโอดครวญปรวนแปรเป็นกังวานดังประหนึ่ง....สายรุ้ง เรื่อง หอคอยที่เจ็ดแห่งกษัตริย์ ณ. ประสาท ริปาย นักประวัติศาสตร์ได้พยายามเล่าชีวิตที่หน้าเลื่อมใสของ ดยุคแห่งชาวัวนาม อเมเด ที่ 8 (ค.ศ. 1383 – 1451) เพื่อพยายามให้เราลืมคำกล่าวของนักเขียนอย่าง วอลแตร์ที่เขียนให้เรารู้จักชื่อเสียงของปราสาทริปาย แต่ ความจริงไม่ปรากฏในงานเขียนของขุนนางแฟร์เนย์ หรือ สันตะปาปา เฟดเดอริคที่ ห้า ผู้อ่อนโยนและมีนัยเป็นคู่แข่งและเป็นผู้เล่าเรื่องชีวประวัติของนักบุญ เรื่องนี้เป็นชีวประวัติของขุนนางผู้มีชื่อเสียงในทางบาดาลใต้ท้องทะเล ได้รับเลือกที่เมือง เจนีวา ในปี ค.ศ. 1435 ไห้ดำรงตำแหน่ง ผู้ต่อต้านและไม่ยอมรับ พระสันตะปาปา เออแณนที่ 4 และ นิโคลัสที่ 5 และได้ทำการสละตำแหน่งในปี ค.ศ. 1449 ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่แต่ตอนนี้เขาถูกลืมไปแล้ว เพราะมันเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายเมื่อลัทธิของคาธอลิคมีการแยกตัวออกมา....ขุนนางผู้นี้ชื่อ การเวก เดอลาดร็องช์ผู้เปลี่ยนนามสกุลของตนเองเป็นเชื้อพระวงศ์เพราะประวัติศาสตร์ เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอัศวินจากพระหัตถ์ของพระราชินี...โดยมีเสือห้าตัวเป็นประจักษ์พยาน

Tuesday, November 3, 2015

King Lier

กษัตริย์เลียร์ (KING LEAR)
เป็นบทละครกึ่งเศร้ากึ่งขบขันที่โด่งดังอีกเรื่องหนึ่งของเช็คสเปียร์ ถึงกับมีผู้ให้ความเห็นว่าเป็นบทละครที่ดีที่สุดของเช็คสเปียร์ เป็นการเสนอแง่มุมความคิดที่ซับซ้อนและกินความหมายกว้าง และเช็คสเปียร์ ก็ให้ความสนใจกับพฤติกรรมของตัวละครมากกว่าที่จะเล่าเนื้อหาของเรื่อง ทุกบรรทัดที่ต่อเนื่องกันจะบรรยายถึงความญเหตุการณ์ซึ่งกระทบกระเทือนจิตใจมากที่สุดในชีวิต และในกรณีของกษัตริย์เหตุการณ์ดังกล่าวได้ทำให้กษัตริย์เลียร์ทรงเสียพระสติโดยสะท้อนออกมาในลักษณะความคิด ข้อสงสัย ทัศนคติ หรือบุคลิกของตัวละคร ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปโดยลำดับเป็นขั้นตอนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ ดังนั้นผู้ที่ได้อ่านจึงทำความเข้าใจได้ :- คำพูดที่เด่นที่กำตริย์เลียร์พูดกับคอร์เดเลียเมื่อทั้งสองพระองค์ถุกจับ .เราสองคนต้องกลายเป็นนักโทษไปแล้ว เราจะร้องเพลงด้วยกันเหมือนนกที่อยู่ในกรง ยามที่เขาต้องการให้เราสวดมนต์ภาวนา ข้าฯก็จะคุกเข่าลง และร้องขอความเมตตาจากพวกเขา.
                คำพูดที่เด่นที่กำตริย์เลียร์พูดกับคอร์เดเลียเมื่อขณะกำลังกอดร่างที่ไร้ชีวิตขององค์หญิง
“……….โอ้ชีวิต
...ทำไมสรรพสัตว์
ล้วนมีชีวิตคงอยู่ได้

แต่เจ้ากลับไม่หายใจ 
เราคงต้องจดจำอิทธิพลของความทุกข์โทมนัสที่เกิดนี้ไว้เสมอ
ไม่ควรพุดในสิ่งที่เป็นความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง
ตัวละครสำคัญ
กษัตริย์เลียร์ (KING LEAR)
เขาคือกษัตริย์ผู้ชราผู้ได้แบ่งดินแดนยกให้พระธิดาสองพระองค์ และเก็บส่วนที่3 ไว้ให้กับพระธิดาองค์ที่ทรงโปรดที่สุด จนกว่าเธอจะยอมพูดว่า เธอรักพระองค์มากกว่าผู้อื่น
CORDELLIA คอร์เดเลีย-ธิดาของกษัตริย์เลียร์ถูกลงโทษเพราะความซื่อโดยยอมรับว่าเอรักพระสวามีเท่าๆกับพระบิดาของตนเอง

GONERIL & REGAN  ธิดาที่ร้ายกาจทั้งสองพระองค์ของกษัตริย์เลียร์ ซึ่งยอมกล่าวออกมาว่ารักพระบิดา แต่แล้วในที่สุดก็ทิ้งพระองคืไป


GLOUCESTER- ข้าราชสำนักซึ่งถูกหลอกลวงให้หลงเข้าใจผิดไปว่าบุตรชายคนโตของเขาวางแผนจะฆ่าเขา แต่ในที่สุดก็รู้ว่าคนที่หลอกลวงก็คือเรแกนและสวามีของเธอเอง

EDGGAR- บุตรชายคนโตของ GLOUCESTER ซึ่งแกล้งทำตัวเป็นคนบ้าและวิ่งหนีไปเมื่อบิดาของเขาหลงผิดโดยคิดว่าเขาไม่ได้รักบิดาอีกต่อไป

EDMUND – บุตรชายคนเล็กเป็นลูกนอกสมรสของ กลูเชสเตอร์ ได้พูดเกลี้ยกล่อมให้บิดาไม่ไว้ใจเอ็ดการ์ เอ็ดมันต์เป้นคนไร้ศิลธรรม แต่สุดท้ายเขาได้สร้างความดีโดยพยายามป้องกันไม่ให้กษัตริย์เลียร์แลเคลอเดเลียถุกประหารชีวิต

KENT – สหายที่จงรักภักดีของกษัตริย์เลียร์ซึ่งอยู่เคียงข้างพระองค์มาดดยตลอด และเป้นตัวกลางติดต่อกับคลอเดเลียหลังจากที่เธอถุกเนรเทศไป

THE FOOL-เป็นตัวตลกเพียงคนเดียวที่สามารถวิจารณ์กษัตริย์เลียร์ได้ และมีบทบาทที่ฉลาดมีไหวพริบมากที่สุด

เช็คสเปียร์ได้แต่งบทละครแนวประวัติศาสตร์ แนวตลกขบขัน บทละครเศร้ารันทด บทละครกึ่งเศร้ากึ่งขบขัน และบทละครคลาสิก เช่นจูเลียต ซีซ่าร์ และหลายๆเรื่องที่เขานำมาแต่งเป้นบทละครนั้นไม่ใช่เรื่องที่เขาแต่งขึ้นเองและเขาก้ไม่เคยอ้างสิทธิ์เช่นนั้นด้วย แต่เป้นวิธีการนำเอาเรื่องเก่ามาเล่าให้ฟังใหม่เท่านั้น
บทสรุป
เช็คสเปียร์ มีแหล่งข้อมูลที่หลากหลายและนำมาใช้เป็นพล็อต ของบทละครเรื่องต่างๆเช่น จาก บทละครคลาสสิก บันทึกของนักประวัติศาสตร์ และเรื่องที่แต่งขึ้นโดยนักเขียนทั่วไป
                ไม่มีหลักฐานว่าเช็คสเปีนร์ได้แต่งเรื่องทั้งหมดเหล่านั้นตั้งแต่เมื่อใด ได้แต่เพียงเทียบเคียงช่วงเวลาเท่านั้น บทละครแนวประวัติศาสตร์และแนวขบขันส่วนใหญ่จะแต่งขึ้นในครึ่งแรกของช่วงชีวิตการทำงานของเช็คสเปียร์ ต่อมาภายหลังจึงแต่งบทละครประเภทเศร้ารันทด
                บทละครต้นฉบับที่แท้จริงของเช็คสเปียร์น่าจะเป็นขึ้นมาเป็นครั้งแรกแบบ folio หนังสือขนาดใหญ่ ซึ่งพิมพ์ขึ้นหลังจากที่เช็คสเปียร์ตายไปแล้วถึง 7 ปี และไม่มีหลักฐานว่าการพิมพ์แบบ Quato มักเป็นการซึ่งพิมพ์บทละครเรื่องเดียวปรากฏอยู่ในหนังสือเล่มเล้ก บทละครที่พิมพ์แบบนี้มีทั้งสิ้น 18 เรื่องและพิมพ์ในช่วงที่เช็คสเปียร์ยังมีชีวิตอยู่ โดยไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าผู้จัดพิมพ์ได้บทละครนั้นมาอย่างไร และที่ทราบแน่ชัดว่าถูกขโมยไปก็คือ แฮมเล็ต โรมิโอกับจูเลียต กษัตริย์เฮนรี่ที่ 5 และ The merry wives of Windsor เรื่องอื่นๆบางเรื่องก็ไม่ได้พิมพ์จากต้นฉบับที่ถูกต้อง และบางเรื่องก็ค่อนข้างจะใกล้เคียงแต่บางเรื่องเมื่อเปรียบเทียบกับ folio ที่พิม์ขึ้นก่อน บางทีก็มีต้นฉบับหลายversion เช่นแฮมเล็ตในค.ศ. 1603 ต้นฉบับถุกขโมยไปอีกปีต่อมาน่าจะเป็นไปได้ว่าจากต้นฉบับของ เช็คสเปียร์ เองและต่อมาก็มีการพิมพ์ละครเรื่องแฮมเล็ต แบบ folioเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1623 ผู้ที่จัดพิมพ์ในระยะต่อมา โดยเฉพาะในช่วงระยะที่ 18-19 ได้เปลี่ยนแปลงเครื่องหมายวรรคตอนจากต้นฉบับ และเพิ่มฉากแทรกเข้าไปเพื่อแบ่งเป็นตอนๆทำให้เข้าใจง่ายขึ้นข้อเท็จจริง
เช็คสเปียร์ต้องแต่งบทละครให้เหมาะสมกับผู้แสดงที่เป็นตัวละครนั้นๆ ถ้าหากบทไม่เหมาะสมก็จะเป้นเรื่องยุ่งยากในการแสดง ดังนั้นจึงเหมือนการบอกให้เรารู้นิสสัยบางอย่างเกี่ยวกับเพื่อนนักแสดงของเช็คสเปียร์ด้วย ในปี 1600 วิลเคมพ์นักแสดงตลกที่พักอยุ่ด้วยกันกับเช็คสเปียร์ เขาแสดงเป็น    ปีเตอร์เพื่อนชายของนางพยาบาลในเรื่องโรมิโอกับจูเลียต ได้ลาออกจากคณะละคร และได้ผู้แสดงคนใหม่มาแทนคือ โรเบิร์ต อาร์มิน ซึ่งแสดงให้คนดูตลกขบขันมากกว่า วิลเคมพ์ เช็คสเปียร์ได้ เขียนบท ทัชสโตนในเรื่องตามใจท่าน และบทของ เฟสต์ในเรื่อง Twelth Night  และบทตัวตลกในเรื่อง KING LEAR  ให้อาร์มินแสดง เป็นต้น


เวนิสวาณิช (The merchant of Venice)
          ไชล็อกเป็นชาวยิว ซึ่ไม่ได้เป็นตัวแทนของความร้ายกาจแต่อย่างใดแต่ถุกกำหนดบทบาทให้เป็นผู้ชายที่ทุกคนรังเกียจชิงชังเพราะความที่เขาเป้นชาวยิวทำให้เขาเกิดความรู้สึกขมขื่นใจ จนทำให้ศตรูของเขาวาดภาพให้เขากลายเป็นคนที่โหดร้ายและไม่มีน้ำใจ แต่ในขณะที่เจสสิกาผู้ซึ่งเป้นลุกสาวของไชล็อก เป้นชาวยิวเช่นกันแต่กลับมีน้ำใจโอบอ้อมอารี ลูกสาวของไชล๊อก ซึ่งภายหลังได้หนีตาม Lorenzo ไป พร้อมกับนำหีบสมบัติที่มีทั้งเงินและเพชรนิลจินดาของบิดาไปด้วย
                ปอร์เตีย – หญิงสาวที่สวยและร่ำรวย ซึ่งบิดาของเธอหมายมั่นว่าเธอจะต้องแต่งงานกับผู้ชายที่สามารถไขปริศนาจากหีบเหล็ก 3 ใบที่ได้เตรียมไว้แล้ว โดยจะต้องเลือกหีบใบที่ถูกต้อง
นางปอร์เตียร้องขอความเมตตา
อันความกรูณาปรานีจะมีใครบังคับก็หาไม่
หลั่งมาเองเหมือนฟ้าฝนอันชื่นใจ
เปรียบดั่งน้ำฝนอันชื่นใจ
หลั่งมาเองจากฟากฟ้าสุลาลัยสู่แดนดิน
                บาสซานิโอ สุภาพบุรุษซึ่งกำลังอยู่ในช่วงขอความรักจากนางเปอร์เซีย
ไชล็อกเป็นชาวยิวมีอาชีพออกเงินกู้แสดงเหตุผลในการที่เขาเกลียดอันโตนิโอ เนื่องจากมีทัศนคติไม่ดีต่อตน และแข่งขันกันในทางการค้าด้วย ไชล็อกได้แสดงทัศนคติต่อการแก้แค้นเช่นนั้น ข้าพเจ้าเป็นยิว ทั้งการมองและความคิดก้เป้นยิวมิใช่หรือ มือไม้แขนขา ความรุ้สึกรักไคร่เกลียดชัง ทุกอณูในร่างกายของข้าพเจ้าล้วนเป้นยิวไม่ใช่หรือ หากท่านใช้อาวุธทิ่มแทงกายเรา โลหิตจะไม่ไหลออกมาเป้นสีแดงหรือ หากท่านยั่วเย้าล้อเลียนเรา เราจะไม่หัวเราะออกมาหรือ หากท่านให้เราดื่มยาพิษ เราจะไม่ตายหรือ และหากท่านทำผิดสัญญาต่อเรา เราจะไม่ทำการแก้แค้นหรือ ถ้าหากเราไม่ได้มีความแตกต่างจากพวกท่าน เราก้ยังมีความรู้สึกเหมือนพวกท่านเช่นกัน.
เนื้อเรื่อง
อันโตนิโอได้ไปขอยืมเงินจากไชล็อกมาให้บาสซานิโอ เพื่อให้เขาได้แต่งงานกับนางปอร์เตีย ไชล็อกตกลงให้ยืมเงินโดยมีเงื่อนไขว่า ถ้าหากไม่ชำระหนี้สิน ด้วยการยินยอมให้ไชล็อกเฉือนเนื้อสดๆของตนออกไป 1 ปอนด์ ต่อมาปรากฏว่าอันโตนิโอไม่สามารถนำเงินมาชำระได้ ไชล็อกจะนำเขามาขึ้นศาลเพื่อให้ชดใช้หนี้ตามสัญญานางปอร์เตียได้ปลอมตัวเป้นผู้ชายในฐานะทนายความ เธอได้ชี้ให้เห้นช่องโหว่ของกฎหมายว่า มนุษย์ทุกคนอาจจะกระทำผิดพลาดได้ จนในที่สุดอันโตนิโอได้รับประโยชน์จากการแถลงต่อศาล




King Lear (KING LEAR).Semi-comic, semi-tragic drama of the famous story of Shakespeare. It had also provided an opinion...

Posted by Thong D. & Patume on Tuesday, November 3, 2015

Thursday, October 25, 2012

ครัวบังโซ่ะ

Wednesday, October 24, 2012

ครัว บังโซ่ะ

1/45  ซ.2 ถ.นาเกลือ ต.อาเนาะรู อ.เมือง จ.ปัตตานี

เพื่อตวามสะดวกต่อผู้มีอุปการคุณ ทางร้านครัวบังโซ่ะ บริการฟรี "แตออ"ชาดำร้อน

หรือ "แตออซะโย่อ"ชาดำเย็น.... ชอบเชิญคลิก LIKE ได้คะ..http://www.blogger.com/home 

มีบริการเร่งด่วนทางโทรฯ 073-31-1022  โปรดใช้บริการ order ทางโทรฯก่อน 11.30 น.ปกติโต๊ะจะเต็มแล้วคะ